การระบายสีน้ำ

1. ฉาบสีเรียบ (Flat Wash)

การ ฉาบสีเรียบ เป็นพื้นฐานขั้นสุดที่เรา (เราคนเดียวหรือเราหลายๆ คน แล้วแต่จะคิด) มักจะมองข้ามไป /แหม ก็ลงสีในคอมมันเรียบอยู่แล้วนิ

ตอนที่เราเริ่มหัดวาด เราจะยังเห็นน้ำเป็นแค่สิ่งที่ทำให้สีหายแห้งกรังจากในถาด แล้วปาดลงไปในพื้นที่ที่เราต้องการเท่านั้น

ไม่ใช่ นะคะ ท่านผู้อ่านที่รัก…

สำหรับสีน้ำแล้ว น้ำคือปัจจัยที่ทำให้ภาพวาดดูมีน้ำมีนวลขึ้น ทำให้สีไม่ด่าง ไม่เน่า ไม่ขุ่น

การฉาบสีเรียบทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้

  • แต้มสีมาผสมในที่ว่างของถาด
  • ผสมน้ำในปริมาณที่เหลวพอเหมาะ : เหลวพอเหมาะคือสามารถจุ่มพู่กันลงไปอุ้มน้ำได้โดยไม่ฝืด ตรวจสอบว่าที่จุ่มนั่นจุ่มจนพู่กันชุ่มดีหรือยัง ไม่ต้องกลัวเปลืองสี มันไม่หมดเพราะเรื่องแค่นี้หรอกค่ะ ฮา
03
  • ค่อยๆปาดเส้นหนึ่งลงไป สังเกตในภาพว่าเส้นที่ปาดลงไป ไม่ได้แห้ง จะดูชุ่มอยู่ตลอด แต่น้ำไม่เจิ่งมาก
  • จุ่มพู่กัน ปาดเส้นที่ 2 เหลื่อมกับเส้นแรก ใช้หลักการเดิม
  • ใจเย็นๆ แล้วปาดเหลื่อมกันไปเรื่อยๆ
  • เก็บขอบอย่างอ่อนโยนดุจขนนก

*ข้อควรระวัง* อย่าไปยุ่งกับโซนที่ลงเสร็จแล้วตอนมันเปียก มันจะกลายเป็นฉาบด่าง ไม่ใช่ฉาบเรียบอีกต่อไป

01

ตอนที่ยังเปียกอยู่ก็อย่าเพิ่งใจเสียว่ามันไม่เรียบล่ะ!


2. ไล่สีจากหนาไปบาง (Graded Wash)

06

นี่คือตัวอย่างของการจุ่มสีให้ชุ่มพู่กัน

  • ต้องอาศัยความใจเย็นนิดนึง หลายคนอาจจะคิดว่ามันต้องลงเร็วๆ แต่ที่จริงไม่จำเป็น ถ้าปริมาณน้ำชุ่มพู่กันพอ จะเหลือเวลาให้ลงมาก
  • ปาดเส้นแรกลงไปด้วยความเข้มสีปกติแบบ flat wash
  • เส้นต่อๆ มา ให้ผสมน้ำลงในสีมากขึ้น
05

จะเห็นได้ว่าการไล่สี ไม่ค่อยต่างจากการฉาบเรียบ แค่ทุกครั้งที่คุณปาดลงไป จะต้องใช้น้ำมากขึ้น จนสุดท้ายคือใช้น้ำอย่างเดียวไม่ผสมสีเลย

04

3. ไล่สี 2 สี หรือมากกว่า (Variegated wash)

หรือก็คือการฉาบสีเรียบ flat wash แบบใช้หลายสีนั่นเอง

08
  • วิธีการแทบไม่ต่างจาก flat wash เลย เพียงแต่เพิ่มจำนวนสีที่ลงขึ้นมานั่นเอง
  • ลงสีแรกก่อน จากนั้น ล้างพู่กันอย่างรวดเร็วแล้วเปลี่ยนมาจุ่มสีที่2
  • ปาดทับระหว่างสีเดิมตรงรอยต่อ
  • ถ้าอยากให้สีคงความบางใส สีสด ควรล้างพู่กันทุกครั้งที่เปลี่ยนสีค่ะ ถ้าไม่ล้าง สีจะกลืนกัน และถ้ามันเป็นคู่ตรงข้ามแล้วกลืนกัน มันจะ…บึ๋ย 5555
  • พยายามให้เนื้อสีกับปริมาณน้ำบาลานซ์กัน ถ้าเห็นว่ามันฝืดๆ ให้ผสมน้ำลงในสีมากขึ้นระหว่างรอยต่อของ สี1 กับ สี 2
  • ถ้ายังทำแล้วออกมาไม่พอใจ ลองใหม่ดูนะคะ
07

ส่วนด้านล่างนี่คือตัวอย่างการไล่สีต่อๆ กันแบบไม่ล้างพู่กัน จะได้สวยแบบบึ๋ยๆ

ไม่ได้หมายความว่าสีจะเน่าเสมอไปหรอกนะ มันแค่จะไม่ใช่สีของตัวเองเท่านั้นแหละ เช่นสีส้มที่กลายเป็นสีน้ำตาลไปเลย เป็นต้น

11

ทุกอย่างสามารถประยุกต์ได้

วิธีนี้ เราจะใช้เวลาวาดภาพ galaxy ค่ะ


4. เปียกบนเปียก (Wet on Wet)

จบการ wash ไปแล้ว เข้าสู่เทคนิคเล็กน้ำ เล็กแห้ง เปียก เส้นหมี่ เกาเหลา กันบ้าง #หงาก

เปียกบนเปียก สามารถน้ำไปประยุกต์ใช้กับหลายๆ องค์ประกอบของภาพไว้ ทำให้ภาพดูมี “อะไร”

(เข้าใจคำว่า ดูมี “อะไร” ปะ 555555)

เช่น ท้องฟ้า ผืนน้ำ ภูเขา สีพื้นของกำแพงอิฐ สนิม ลายผ้า ฝนตก …โอ้ย พูดไปก็ไม่หมดหรอกนะ เอาเป็นว่ารู้ไว้ใช่ว่า ทำให้เป็น แล้วจะดีเอง

09
  • เปียก บน เปียก ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าคือการละเลงน้ำ เมื่อลงเสร็จ จะกลายเป็น texture จางๆ ได้อารมณ์สีน้ำแท้ๆ
  • ทำได้โดยการสร้าง wet area เท่าที่ต้องการ ด้วยการปาดน้ำลงบนกระดาษ
  • จุ่มสีให้ชุ่มพู่กัน บรรจงหยดลงไปเท่าที่ต้องการ
  • ปล่อยให้สีเป็นไปตามครรลองของมัน 55555 แค่นี้แหละ ถ้ามากไปให้ใช้ทิชชู่ซับเบาๆ
  • รอให้แห้ง ห้ามไปจับมัน

5. เปียกบนแห้ง (Wet on Dry)

เปียกบนแห้ง เทคนิคที่เราชอบใช้มากๆ เป็นความลงตัวในหลายสิ่ง

เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์ในการสร้างแสงเงาของภาพ เติมลวดลาย รายละเอียดให้ภาพ

13
  • ชั้นที่ 1 : ลง flat wash หรือเทคนิคใดก็ได้ จะ wet on wet ไปสักเลเยอร์นึงก็ได้
  • แล้วรอให้แห้ง
  • ใจเย็นๆ รอแห้ง ….
  • ชั้นที่2 : ใช้สีที่ เข้มกว่า เน้น เข้มกว่า ปาดทับเป็นเงาตอนที่ชั้นแรกแห้งแล้ว สามารถใช้น้ำในการเบลอขอบให้เงาดู soft ลงได้ตามอัธยาศัย

*ข้อควรระวัง* ชั้นที่2  เป็นสีที่เข้มกว่าชั้นแรกนะเพื่อนรัก จำไว้..

สีน้ำไม่ใช่ CG … มันยากตรงที่ต้องกำหนดลำดับความสำคัญของสีมาตั้งแต่แรกนี่แหละ


6. แห้งบนแห้ง (Dry on Dry)

มันช่างตรงตัวยิ่งนัก กับเทคนิคหมี่แห้งเช่นนี้ แห้งบนแห้ง คือการ stroke brush เป็นรูปเป็นร่าง โดยที่ไม่ต้องผสมน้ำเยอะ

เน้นการลงให้เห็น texture ของพู่กันค่ะ

เป็นที่นิยมในการสร้างลายไม้ ไม้ไผ่ รอยขูดขีด กิ่งไม้ต่างๆ สร้างสโตรกบรัชให้เหมือนงานสีชอล์ก และอื่นๆ

  • ไม่มีขั้นตอนอะไรเป็นพิเศษ แค่ว่าจุ่มน้ำไม่ต้องชุ่มพู่กันมากเป็นพอ
  • แล้วก็ปาด…


อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นี้…

10

(คนอ่าน : กรี๊ดดดด จบซะทีเถ๊อะ T T  )

ในเมื่อพวกท่านได้เรียนรู้เบสิคที่จำเป็นของสีน้ำไปพอสมควรแล้ว

เราเห็นว่าจะเป็นการช้าไปถ้าไม่ให้การบ้านท่านให้ต่อเนื่อง

พูดกันตามตรงก็คือ เบสิคที่สอนไปข้างบน ท่านสามารถฝึกจบรวบรัดได้ภายในชั่วโมงเดียว …เชื่อไหม หัดยังไงก็ชั่วโมงเดียว (แบบไม่หยิบมือถือขึ้นมาเล่นไลน์ เล่นทวิตน่ะนะ กร๊าก)

เพราะงั้นอย่าปล่อยให้ความรู้ที่ร่ำเรียนมา เสียไปเปล่าๆ กับการเวลารอ 1 เดือนเพื่อบทเรียนถัดไป

เรามาวาดอะไรกันเลยดีกว่า ♥

เช่น…. อะไรที่อยู่ในบ้านท่าน ที่เป็นทรงเรขาคณิต วาดง่ายๆ

ที่มา:https://www.bbblogr.com/how-to-draw-2/